ผวา!! ข้าวหอมมะลิปลอมปน พาณิชย์ตรวจเข้มหวั่นทำลายธุรกิจข้าว

ที่โรงสี บริษัทศรีสะเกษไรซ์ จำกัด เลขที่ 14 หมู่ 8 ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นางสาวจุไรรัตน์ ศรีตระกูล พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายสมนึกชัย รัชโพธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า นางสาวณัฐณิชา มีฤทธิ์ นักวิชาการพาณิชย์ ชำนาญการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.กันทรลักษ์ ได้เดินทางมาทำการตรวจสอบการรับซื้อข้าวหอมมะลิ

ซึ่งมีชาวนาในเขต อ.กันทรลักษ์และอำเภอใกล้เคียง พากันนำเอาข้าวที่เพิ่งทำการเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว นำเอามาขายกันเป็นจำนวนมาก โดยขณะนี้ราคารับซื้อข้าวหอมมะลิ ความชื้น 26 – 27 เปอร์เซ็นต์ ราคาตันละ 14,200 บาท ข้าวแห้งความชื้น 15 เปอร์เซ็นต์ ราคา กก.ละ 17 – 18 บาท และได้ทำการตรวจสอบกระสอบข้าวบรรจุข้าวเปลือกหอมมะลิที่อยู่บนรถบรรทุก เพื่อดูว่าข้าวเปลือกที่นำเอามาขายมีการนำเอาข้าวชนิดอื่นปลอมปนมาขายด้วยหรือไม่ ชาวนาที่นำเอาข้าวมาขายต่างยินดีให้ความร่วมมือในการตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยคณะพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษได้ทำการตรวจสอบรถที่นำเอาข้าวมาขายทุกคันแล้ว ไม่พบว่า มีการนำเอาข้าวหอมมะลิปลอมปนกับข้าวอื่นมาขายแต่อย่างใด

นางสาวจุไรรัตน์ ศรีตระกูล พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดใกล้เคียงกับจังหวัดศรีสะเกษ ได้มีเกษตรกรนำเอาข้าวนาปรัง ซึ่งคาดว่านำเอามาจากทางภาคกลางมาทำการปลอมปนกับข้าวหอมมะลิ แล้วนำเอาข้าวปลอมปนบรรทุกบนรถบรรทุกขนาดเล็กไปเร่ขายตามโรงสีต่างๆ ในเขตจังหวัดใกล้เคียงกับจังหวัดศรีสะเกษ และเชื่อกันว่ามีนายทุนหนุนหลังและมีการกระทำเป็นขบวนการ ทั้งนี้เนื่องจากข้าวนาปรังจากภาคกลางราคา กก.ละ 6 บาท เมื่อนำเอามาปลอมปนขายกับข้าวหอมมะลิข้าวคุณภาพดี ซึ่งขณะนี้ราคาดีมาก กก.ละ 14 บาท นำเอาข้าวปลอมปนไปขายทำให้มีรายได้ดี ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรงเป็นอย่างมาก

พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ ฝากเตือนไปยังชาวนาและโรงสีที่รับซื้อข้าวทุกแห่งในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษว่า ขอให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและระมัดระวังรถที่มาจากต่างจังหวัด ซึ่งบรรทุกเอาข้าวเปลือกมาขาย รวมทั้งขอให้ทำการตรวจสอบข้าวเปลือกที่มีการนำเอามาขายอย่างละเอียดรอบคอบด้วย เพราะว่า อาจจะมีการนำเอาปลอมปนมาขายให้กับโรงสี ซึ่งจะทำให้กระทบต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก หากพบรถทะเบียนต่างจังหวัดนำเอาข้าวมาขายและมีท่าทีพิรุธอาจจะนำเอาข้าวปลอมปนมาขาย ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ทำการตรวจสอบโดยด่วนที่สุด

ทางด้าน นางสุจิตรา กระแซงศรี อายุ 56 ปี ที่นำเอาข้าวเปลือกหอมมะลิมาขาย กล่าวว่า ตนดีใจที่ปีนี้ราคาข้าวเปลือกดีกว่าทุกปีที่ผ่านมามาก ก่อนหน้านี้ข้าวเปลือกราคา กก.ละ 9-10 บาทเท่านั้น ในวันนี้ตนขายข้าวเปลือกได้ กก.ละ 13 บาทเศษ ได้เงินจากการขายข้าวครั้งแรกนี้ จำนวน 30,000 บาท และจะทะยอยเกี่ยวข้าวหอมมะลิ เพื่อนำเอาข้าวเปลือกมาขาย ทำให้ปีนี้ตนมีเงินไปใช้หนี้และใช้จ่ายในครอบครัว นับว่าปีนี้เป็นปีที่ดีมากของชาวนาไทย